plenty822

plenty822

"เสือร้องไห้" : 6 ดีลที่บาเยิร์นผลาญเงินไปราวกับเสียเปล่า

 


"เสือใต้" บาเยิร์น มิวนิค ครองความเป็นมหาอำนาจแห่งวงการลูกหนังเมืองเบียร์แบบผูกขาดมายาวนาน จากรุ่นพ่อสู่รุ่นลูก ufabet ความสำเร็จส่วนหนึ่งมาจากการซื้อผู้เล่นชื่อดังทั้งในและนอกประเทศ ดีลส่วนใหญ่ไปได้สวย ทว่า มีบ้างเช่นกันที่ล้มคะมำไม่เป็นท่า

นี่คือโฉมหน้าดีลอันล้มเหลว และพูดได้เต็มปากว่า เป็นการทำธุรกิจที่ขาดทุนโดยสิ้นเชิงสำหรับยักษ์ใหญ่แห่งแคว้นบาวาเรีย

1.เรนาโต้ ซานเชส (35 ล้านยูโร)

มิดฟิลด์ดาวรุ่งชาวโปรตุเกส แจ้งเกิดอย่างเต็มตัว หลังมีส่วนสำคัญต่อแชมป์ยูโร 2016 ของทัพ "ฝอยทอง" จากการคว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยมแห่งทัวร์นาเม้นต์ ด้วยวัย 18 ปีในตอนนั้น ไอ้หนู เรนาโต้ ซานเชส ถูกยกให้เป็นดาวรุ่งพุ่งแรงแห่งภาคพื้นยุโรป

ด้วยอายุอันน้อยนิด "เสือใต้" มองถึงการลงทุนเพื่ออนาคต และยอมจ่ายหนักถึง 35 ล้านยูโร ด้วยสัญญา 5 ปี เพื่อกระชากดาวเตะเดธร็อคมาจากเบนฟิก้าในบ้านเกิด เมื่อซัมเมอร์ที่แล้ว ซานเชสเป็นคนแรกในถิ่นบาวาเรีย ยูฟ่าเบท และกลายเป็นผู้เล่นส่งออกราคาแพงที่สุดของชาติลูกหนังโปรตุเกสทันที

 

 

ในถ้ำเสือใต้ ไอ้หนูจอมห้าว ครองสถิติค่าตัวแพงที่สุดอันดับ 5 ของสโมสรต่อจาก โกร็องแต็ง โตลิซโซ่, ฆาบี มาร์ติเนซ, มาริโอ เกิทเซ่ และ อาร์ตูโร่ วิดาล โดยบาเยิร์นต้องออกแรงยื้อกับแมนฯ ยูไนเต็ด เพื่อล่าลายเซ็นของเขา นานี่ อดีตแข้งผียังบ่นเสียดายที่ต้นสังกัดเดิมพลาดคว้าซานเชสร่วมทีม

 

อย่างไรก็ตาม ฤดูกาลแรกในเมืองเบียร์กลับไม่ราบรื่น แข้งดาวรุ่งฝอยทองลงสนามเพียง 17 นัดในลีก น่าตกใจที่เขาเป็นตัวจริงเพียง 6 นัด! โดยไม่มีส่วนร่วมทั้งยิงประตูหรือแอสซิสต์แม้แต่ลูกเดียว ตำนานสโมสรอย่าง โลธ่าร์ มัทเธอุส ออกโรงจวกว่า ซานเชสเป็นผู้เล่นที่แย่ที่สุดของทีมในฤดูกาลที่แล้ว เช่นเดียวกับเจ้าตัวที่ออกอาการผิดหวังเช่นกัน

นั่นส่งผลต่อทีมชาติด้วย ซานเชสหลุดโผจากทีมชุดใหญ่ที่ลุยคอนเฟดเดอเรชั่นส์ คัพ และหล่นมาเล่นในทีมยู-21 ในช่วงซัมเมอร์นี้แทน น่าเศร้าที่แม้ในทีมชุดเล็ก ซานเชสยังไม่ใช่แกนหลักของทีมอีกต่างหาก!

อย่างไรก็ตาม คาร์โล อันเชล็อตติ กุนซือคนปัจจุบัน ยืนยันว่า ซานเชสยังมีอนาคตกับทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หลังจากแข้งเก๋าอย่าง ชาบี อลอนโซ่ แขวนสตั๊ดไปหมาดๆ

สถานะ : คบเด็กสร้างบ้าน

 

2. เมห์ดี้ เบนาเตีย (26 ล้านยูโร)

ปราการหลังโมร็อกโก เซ็นสัญญากับ "เสือใต้" 5 ปี ด้วยค่าตัว 26 ล้านยูโร มาจากอาแอส โรม่า โดยต้องยื้อแย่งกับแมนฯ ซิตี้, เชลซี, บาร์เซโลน่า holiday palace และเรอัล มาดริด ทั้งหมดนี้พอบ่งบอกถึงคุณภาพ เมห์ดี้ เบนาเตีย ได้กลายๆ

อย่างไรก็ดี 2 ปีในถ้ำเสือลายเป็นช่วงเวลาที่เบนาเตียนิยามว่า "ลำบากที่สุด" ในอาชีพค้าแข้ง เขาลงเล่นเพียง 25 เกมในบุนเดสลีกา ด้วยปัญหาทั้งอาการบาดเจ็บและการปรับตัวกับสภาพแวดล้อมใหม่ๆ

เหมือนอย่างที่ประธานโรม่าเคยพูดไว้ว่า "เบนาเตียเป็นคนขี้โกหก" ครั้งหนึ่ง เจ้าตัวพลาดช่วยเสือใต้ทำศึกยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก กับเบนฟิก้า เนื่องจากลืมพาสสปอร์ต แต่เขาโพสต์ผ่านเฟซบุ๊คของตัวเอง อ้างว่าตัวเองได้รับบาดเจ็บ

"ตลอด 2 ปี ที่มิวนิค ผมมีประสบการณ์อันเลวร้ายที่สุดในอาชีพค้าแข้ง ผมไม่อยากให้สิ่งที่เกิดขึ้นกับผม ไปเกิดขึ้นกับใครอีก ผมต้องการเป็นส่วนหนึ่งในทีม โค้ชเชื่อมั่นในตัวคุณ แต่คุณกลับได้รับบาดเจ็บอยู่เรื่อยๆ และมันไม่ใช่เรื่องง่าย ผมไม่สามารถอธิบายได้เหมือนกันว่า ทำไมผมถึงเจ็บบ่อยอย่างนั้น"    

ฤดูกาลที่แล้ว เบนาเตียโดนปล่อยตัวให้ยูเวนตุสยืมใช้งาน ทางเข้า holiday palace ก่อนถูกขายทิ้งให้ "ม้าลาย" ด้วยค่าตัว 17 ล้านยูโร ปิดฉากกองหลังจอมลวงโลกในทันที

สถานะ : ดับสนิทศิษย์ส่ายหน้า

 

3. มาร์แซล แยนเซ่น (14 ล้านยูโร)

มาร์แซล แยนเซ่น เซ็นสัญญากับบาเยิร์นในช่วงซัมเมอร์ปี 2007 โดยมาจากสโมสรบ้านเกิดอย่าง โบรุสเซีย มึนเช่นกลัดบัค ด้วยค่าตัว 14 ล้านยูโร แยนเซ่นทำท่าจะมีอนาคตสดใส โดยถูกยกให้เป็นหนึ่งในดาวรุ่งทักษะสูงของยุโรป พ.ศ. นั้น

อย่างไรก็ตาม ภายใต้การคุมทัพของ เจอร์เก้น คลินส์มันน์ ผลงานของแยนเซ่นหายเข้ากลีบเมฆ ด้วยอาการบาดเจ็บครั้งแล้วครั้งเล่า จนไม่อาจสร้างความประทับใจใดๆ และลงสนามเพียง 30 เกมในทุกรายการ (17 นัดในลีก) โดยไม่สามารถส่งบอลไปกองก้นตาข่ายได้แม้แต่ลูกเดียว

สุดท้าย กลายเป็นอีกหนึ่งดีลล้างผลาญ เพียงฤดูกาลเดียว แยนเซ่น ถูกขายทิ้งให้ฮัมบูร์ก ด้วยค่าตัวขาดทุนเกือบครึ่งที่ 8 ล้านยูโร

สถานะ : ตกอับ ดับสนิท

 

4. เบรโน่ (12 ล้านยูโร)

แบ็กขวาสัญชาติบราซิเลียน ได้รับการยกย่องว่าเป็น หนึ่งในดาวรุ่งอนาคตไกลของวงการ นั่นเป็นเหตุผลให้บาเยิร์นยอมควัก 12 ล้านยูโรให้ เซา เปาโล ในปี 2008 ด้วยสัญญายาว 4 ปีครึ่ง

เบรโน่ เจ๋งแค่ไหน? ถ้าไม่แน่จริง คงไม่ตกเป็นเป้าหมายของ เรอัล มาดริด, มิลาน, ยูเวนตุส รวมถึงฟิออเรนติน่า เป็นแน่ โดยเขาปฏิเสธเซ็นสัญญากับ "ราชันชุดขาว" หลังจากสโมสรมีความไม่แน่ใจ และต้องการขอตรวจกระดูก เพื่อเช็กอายุที่แท้จริงของเขา นั่นเป็นช่องให้ โจวานี่ เอลแบร์ อดีตแข้งบาเยิร์น ซึ่งทำหน้าที่แมวมองผู้เล่นภายในประเทศ แนะนำเขาให้กับต้นสังกัดเก่า

 

อย่างไรก็ดี ในถิ่นอัลลิอันซ์ อารีน่า เบรโน่ ลงสนามเพียง 33 นัดในทีมชุดใหญ่ จากปัญหาอาการบาดเจ็บรบกวน มีเพียงฤดูกาล 2010-11 อันเป็นฤดูกาลสุดท้ายที่เขาลงเล่นถึง 13 นัด ที่เหลือจากนั้น เบรโน่ลงเล่นแบบนิ้วได้ในแต่ละซีซั่น

ไม่เพียงแต่ในสนามเท่านั้น ฮอลิเดย์ พาเลส ปัญหาใหญ่หลวงอยู่ที่เรื่องนอกสนาม ในปี 2011 ระหว่างที่ยังสังกัด "เสือใต้" เบรโน่ถูกจับติดคุกถึง 3 ปีจากคดีลอบวางเพลิงบ้านตัวเอง และไม่เคยกลับมาเจิดจรัสอีกเลย

สถานะ : คนไม่ใช่ ทำอะไรก็ผิด

 

5. ลูคัส โพดอลสกี้ (10 ล้านยูโร)

อดีตกองหน้าอาร์เซน่อล ลูคัส โพดอลสกี้ ได้รับความสนใจจากลิเวอร์พูล, ฮัมบูร์ก, แวร์เดอร์ เบรเมน และ เรอัล มาดริด เนื่องจากสัญญาของเขากับโคโลญจน์ กำลังจะหมดลงในอีกหนึ่งปีข้างหน้า

มิถุนายน 2006 โพดอลสกี้ประกาศว่า เขาบรรลุข้อตกลงกับบาเยิร์น มิวนิค ด้วยค่าตัว 10 ล้านยูโร และด้วยวัยเพียง 21 ปีในตอนนั้น "โพลดี้" ดูเหมือนจะเป็นอนาคตของทั้งสโมสรและทีมชาติเยอรมัน

อย่างไรก็ดี ผลงานในทีมชุดใหญ่ของแข้งซ้ายธรรมชาติกลับไม่เปรี้ยงปร้างนัก ทั้งอาการบาดเจ็บที่รุมเร้า รวมถึงการแย่งตำแหน่งกับนักเตะรุ่นพี่ ด้วยผลงานยิงประตูอันน้อยนิด (2006-07 : 4 ประตู, 2007-08 : 5 ประตูและ 2008-09 : 6 ประตู) บางช่วง ยังถูกส่งลงไปเล่นในทีมชุดสมัครเล่นด้วยซ้ำ

ที่สุดแล้ว โพดอลสกี้ ปิดฉากแข้ง "เสือใต้" ด้วยระยะเวลาเพียง 3 ปี โดยกลับไปซบรังเก่า โคโลญจน์ ด้วยค่าตัวเท่าทุน 10 ล้านยูโร เหมือนคราวที่จากมา

สถานะ : น่าผิดหวัง

 

6. เซบาสเตียน ไดส์เลอร์ (6 ล้านยูโร)

หนึ่งในผู้เล่นที่ถูกมองว่าเป็น "โกลเดนบอย" คนใหม่ของวงการลูกหนังเยอรมัน ทว่า เซบาสเตียน ไดส์เลอร์ ไม่เคยไปถึงจุดที่ทุกคนคาดหวัง ด้วยปัญหาบาดเจ็บรบกวนต่อเนื่อง

ไดส์เลอร์ย้ายจาก แฮร์ธ่า เบอร์ลิน มาอยู่กับบาเยิร์น ด้วยค่าตัว 6 ล้านยูโร ในช่วงซัมเมอร์ปี 2002 มันเป็นตัวเลขไม่น้อย สำหรับการลงทุนใน พ.ศ. นั้น อย่างไรก็ตาม เขามาพร้อมกับสภาพร่างกายที่เปราะเหลือเกิน นั่นทำให้เขาลงสนามรวมกันไม่ถึง 90 นัดในทุกรายการด้วยซ้ำ ตลอด 4 ปีเศษที่อยู่กับทีม

มีเพียงปี 2005 ในช่วงที่ มิชาเอล บัลลัค ระเห็จไปอยู่กับเชลซี ซึ่งไดส์เลอร์พอฉายแววออกมาบ้าง อย่างไรก็ตาม เขามีปัญหาเจ็บหัวเข่าอย่างหนักในปีถัดมา จนพลาดลงเล่นฟุตบอลโลก ที่เยอรมันเป็นเจ้าภาพอย่างน่าเสียดาย

นอกจากต้องรับมือกับความกดดันที่ถาโถมแล้ว การต่อสู้กับอาการบาดเจ็บอย่างเนิ่นนาน มันมากพอบั่นทอนสภาพจิตใจของไดส์เลอร์ให้กร่อนลงไปเรื่อยๆ ที่สุดแล้ว เขาประกาศแขวนสตั๊ดเมื่อ 16 มกราคม 2007 ด้วยวัยเพียง 27 ปี

นี่คือความพ่ายแพ้ของไดส์เลอร์, บาเยิร์น และวงการลูกหนังเยอรมันโดยแท้

สถานะ : ผู้แพ้สมบูรณ์แบบ